
รวบรวมคำถามถามบ่อย เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องงานเฟอร์นิเจอร์
รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบีลีฟ แบ่งเป็น คำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
คำถามเกี่ยวกับบริการ และคำถามอื่นๆ ครับ
Q: วัสดุของบีลีฟทำจากอะไร มีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน?
A: โครงสร้างตู้ของบีลีฟ ทำจาก particle board หรือ chip board
ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบไม้ทางวิศวกรรม นิยมใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
ผลิตจากไม้ธรรมชาติบดเป็นชิ้นเล็ก ผสมเรซิน แล้วใช้แรงอัดขึ้นรูปเป็นแผ่น
บีลีฟเลือกใช้พาร์ติเคิลบอร์ดคุณภาพสูง ที่ผ่านการทดสอบโดยมาตรฐานยุโรป
ในเรื่องความชื้น การบิดงอ และความสามารถของเนื้อไม้ในการยึดเกาะกับอุปกรณ์
ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และเป็นไม้คลาส E1 ปลอดสารพิษ ที่มีค่าสารฟอมัลดีไฮด์
ต่ำกว่า 0.8 มิลลิกรัม / 100 กรัม ซึ่งเรียกได้ว่า แทบไม่มีเหลือ
(มาตรฐานพาร์ติเคิลบอร์ดทั่วไป จะมีอัตราส่วนสารฟอมัลดีไฮด์ ไม่เกิน
30 มิลลิกรัม / 100 กรัมครับ)
ต่อมาคือวัสดุปิดผิว ที่มีชื่อเรียกว่าเมลามีน เป็นสารจำพวกพลาสติกชนิดหนึ่ง
ที่มีเนื้อแข็งทนทานต่อการขีดข่วน ความร้อน ความชื้น ค่ากรดด่าง และการแตกร้าว
ทำความสะอาดง่าย เพราะยอมให้คราบสกปรกต่างๆ เกาะติดได้ยาก
บีลีฟเลือกใช้เมลามีนเกรดเอ ที่ผ่านการทดสอบคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นแล้ว
กรุณาดูภาพประกอบอ้างอิง ที่เป็นตารางแสดงคุณสมบัติวัสดุของบีลีฟด้วยครับ
อีกสเปคหนึ่งของบีลีฟคืองานสีไฮกลอส ซึ่งเป็นงานสีพ่นยูรีเทนบนไม้ MDF
งานไฮกลอสของบีลีฟ เป็นงานสีพ่นคุณภาพสูงที่ผ่านการพ่นเคลือบหลายชั้น
จนได้ผิวที่เนียนเรียบและแข็งเป็นพิเศษ ส่วนนี้ไม่มีอะไรให้อธิบายครับ
เรียนเชิญมาชมดูด้วยตาเปล่าที่โชว์รูม
Q: การดูและรักษา และทำความสะอาด
A: จุดเด่นของเมลามีน คือความเป็นวัสดุปิดผิวที่คราบสกปรกเกาะติดได้ยาก
การทำความสะอาดเบื้องต้นเพียงเอาผ้าชุบน้ำ(แบบหมาดมากๆ)เช็ด ก็เพียงพอแล้ว
สำหรับคราบที่ฝังแน่น เราจะใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ (ซึ่งมีขายทั่วไปครับ)
เช็ดคราบนั้นออก สำหรับงานสีพ่นไฮกลอส สามารถดูแลรักษาด้วยวิธีเดียวกันครับ
ต่างกันที่ผิวจะเรียบกว่าเมลามีนมาก ซึ่งหมายถึงคราบสกปรกเกาะติดได้ยากกว่ามากเช่นกัน
ทั้งนี้ บีลีฟมี เอกสารแนะนำการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ เพื่อดูแลตู้แสนรักในบ้านแสนรัก
ให้สวยงามทนทานอยู่ในสภาพดีไปนานๆ ดูได้ ที่นี่ เลยครับ (update 24/08/2008)
Q: เฟอร์นิเจอร์กึ่งบิลท์อิน(semi built-in) หมายความว่าอย่างไร
A: หลักการคือ เตรียมการล่วงหน้าจากโรงงานให้มากที่สุด ทำงานหน้างานให้น้อยที่สุด
เฟอร์นิเจอร์ของบีลีฟ จะมีแบบและขนาดมาตรฐานอยู่แล้ว เหมือนเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป
ที่ประกอบด้วยระบบน็อคดาวน์ทั่วไป แต่สามารถฟิตเข้ากับพื้นที่ โดยการประกอบชิ้นงาน
ที่ขนาดเล็กกว่าหน้างานเล็กน้อย แล้วซีลข้าง และซีลบน ด้วยชิ้นไม้ที่ตัดที่หน้างาน
กรณีระยะหน้างาน ต่างกับขนาดของตู้ตามแบบมาตรฐานไปมาก บีลีฟยอมปรับขนาดตู้นะครับ
เพื่อให้เสียระยะซีลน้อยที่สุด แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นการเฉือนมาจากที่โรงงานเพื่อความเนี้ยบ ^ ^
นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ต้องมีการวัดพื้นที่หน้างาน ก่อนทำแบบส่งผลิต
Q: ราคา และปัจจัยในการประเมินราคาของบีลีฟ?
A: สำหรับท่านที่ต้องการทราบตัวเลข เราให้เฉลี่ยคร่าวๆ ที่ 16k ต่อเมตรครับ
(หมายถึง สมมติกางผังบ้าน ลองขีดตำแหน่งที่จะเป็นตู้ แล้วใช้ไม้บรรทัดวัดหน้ากว้างของตู้ทั้งหมด
ว่ากว้างรวมเท่าไหร่ แล้วคูณด้วยหมื่นห้าหรือหมื่นหก จะได้งบประมาณแบบหยาบๆ
แต่ว่านั่นไม่ใช่วิธีที่เราใช้ ในการประเมินราคาสำหรับแต่ละงานนะครับ)
ทั้งนี้ขึ้นกับรูปแบบ วัสดุ และรายละเอียดต่างๆ ที่เลือกใช้ด้วย
เช่น สีไม้จะแพงกว่าสีขาวนิดหน่อย แต่สีกลอสจะแพงกว่าสีไม้เยอะ กระจกจะแพงกว่าไม้
บานลิ้นชัก หรือบานยก ที่ใช้อุปกรณ์ราคาสูง จะราคาแพงกว่าบานเปิด
ขนาดที่ไม่มาตรฐาน ชิ้นส่วนที่ต้องตัด-ปรับหน้างาน จะทำให้ราคาสูงขึ้น
Q: เกี่ยวกับลักษณะการนำเสนองานของบีลีฟ?
A: ตามที่ได้แจ้งไว้ในหน้า [บริการออกแบบ] นะครับ
หลังจากได้รับทราบความต้องการ และขนาดพื้นที่ อินทีเรียขอเวลาเวิร์กประมาณ 1 สัปดาห์
ก่อนจะนัดคุณเจ้าของบ้านมาชม 3D presentation ที่โชว์รูม
ลองชมตัวอย่างงาน presentation บางส่วน ในหน้า showcase นะครับ
ภาพ perspective ที่เห็น จะได้มาจากการ snap shot ภาพสามมิติจากหน้าจอ
การดูแบบสามมิติ จะช่วยให้สามารถเข้าใจ space ที่จะเกิดขึ้นจริง ได้ชัดเจนกว่าภาพสองมิติ
นอกจากนั้น เจ้าของบ้าน สามารถปรับเปลี่ยนแบบตามต้องการ
เช่น ปรับขนาดตู้ให้ใหญ่หรือเล็กลง ปรับเปลี่ยนสี/วัสดุ โดยมีอินทีเรียให้คำแนะนำ
ก่อนจะประเมินราคาอีกครั้ง ตามแบบสามมิติที่ปรับจนลงตัวแล้วได้ทันที
Q: มีการรับประกันคุณภาพผลงานอย่างไรบ้าง?
A: 1 ปีเต็มหลังการติดตั้ง หากเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งไปมีปัญหา (บอกให้อุ่นใจไว้ก่อนครับ
ทั่วไปก็ไม่มีปัญหาอะไร) กรณีความเสียหายอันเกิดจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
เช่น บานพับตก ห้อย ลิ้นชักตกราง บีลีฟจะเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นนั้นให้คุณ รวมทั้งชดใช้ความ
เสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง เช่น สมมติบานพับที่พัง ดึงเนื้อไม้จนขาดไปด้วย เราจะเปลี่ยนไม้
แผ่นนั้นให้ทั้งแผ่นครับ
กรณีความเสียหายที่บีลีฟไม่รับประกัน ได้แก่
1.อุบัติเหตุ
2. ความเสียหายจากการใช้งานผิดประเภท หรือการดูแลรักษาผิดวิธี เช่น ความเสียหาย
อันเกิดจากน้ำ ผิวเมลามีนกันความชื้นได้ก็จริง แต่ถ้าเอาไปวางตากแดดตากฝน
เอาน้ำล้าง หรือวางบนที่น้ำท่วมขัง ก็ยากจะมีชีวิตรอดนะครับ
Q: บ้านอยู่ต่างจังหวัด หากสนใจเฟอร์นิเจอร์ของบีลีฟ สามารถไปติดตั้งให้ได้หรือไม่?
A: ยินดีครับ แต่เรียนตามตรงว่า หากไม่ใช่จำนวนที่มากจริงๆ ต้องขอค่าใช้จ่ายเพิ่ม
โดยจะพิจารณาเป็นกรณีไป ว่าระยะทางไกลขนาดไหน
Q: พาร์ติเคิลบอร์ดไม่ดีตรงไหน VS แล้วพาร์ติเคิลบอร์ด มันดียังไง? (update 29/07/2008)
A: เคยได้ยินนิทานเรื่องแก้วน้ำวางบนท็อปโต๊ะ แล้วแผ่นท็อปซึมน้ำ บวมยุ่ยสิ้นสภาพมั้ยครับ
ฮ่าฮ่าอย่าทำเป็นตลกไป มันเป็นเรื่องจริงครับ (แต่ไม่ใช่กับเฟอร์นิเจอร์บีลีฟ)
ทั้งนี้เพราะวัสดุปิดผิวครับ แผ่นพาร์ติเคิลบอร์ดทนน้ำได้น้อยมาก แต่ตัวเมลามีนที่นำมาปิดผิวนั้น
มีคุณสมบัติทนน้ำ ทนไฟ ทนแรงขีดข่วน และทนสารเคมีบ้านๆ (หมายถึงสารเคมีที่ใช้ในครัวเรือน)
ได้เป็นอย่างดี สรุปว่า ถ้าไม่ถึงกับเอาไปจุ่มน้ำทิ้งไว้ ก็ปลอดภัยหายห่วงครับ
ข้อดีอื่นๆ ของวัสดุแผ่นจำพวกพาร์ติเคิลบอร์ด (particle board) และเอ็มดีเอฟ (MDF) ได้แก่
มาตรฐานการผลิตที่เที่ยงตรงแม่นยำ ไม่บิดงอ มีคุณสมบัติการรับแรง ที่สม่ำเสมอตลอดแผ่น
ผิดกับไม้ธรรมชาติ ที่เนื้อไม้บางส่วนของเค้า เช่น ส่วนตาไม้ จะมีความแข็ง-อ่อน ผิดกับส่วนอื่นๆ
ซึ่งก็ได้แต่ต้องฝานทิ้งไป ให้เป็นที่สิ้นเปลือง ชิ้นงานที่ผลิตโดยเครื่องจักรอุตสาหกรรม จึงนิยม
ใช้วัสดุแผ่นจำพวกพาร์ติเคิลบอร์ด ที่ทำงานง่าย เที่ยงตรงแม่นยำ ไม่สิ้นเปลืองวัสดุ รวมทั้งก่อ
ให้เกิดข้อผิดพลาดได้น้อยกว่า
อีกประเด็นที่อยากกล่าวถึงคือ.. โลกเราปลูกป่าไม่ทันใช้ครับ
งานตกแต่งสไตล์อนุรักษ์นิยม ที่ให้คุณค่ากับไม้ธรรมชาตินั้น นับวันจะไม่ยั่งยืน
เทียบกับพาร์ติเคิลบอร์ด ที่โดยตัวมันเองก็เป็น by product หรือผลผลิตพลอยได้ของ
ไม้ยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยเราเอง มีวัตถุดิบ supply ให้อย่างเหลือเฟือ
โดยไม่ต้องเพิ่มอัตราการทำลายป่าไม้
ช่วยโลก ช่วยชาติ โอ้ดีอะไรขนาดนี้ แต่นี่เรื่องจริงครับ ^ ^
Q: บานเปิดแบบกดกระเด้ง ดีจริงหรือ? (update 24/08/2008)
A: มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ เริ่มจากข้อดีอย่างที่ทราบกัน คือได้หน้าบานเรียบเดิร์น
จะทำเป็นตู้ซ่อนก็แนบเนียนไม่มีมือจับเกะกะนัยน์ตา เข้าชุดกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นได้ง่าย
คราวนี้มาถึงข้อเสียกันบ้าง หรือจะเรียกว่าข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้ก็ได้ครับ
1. บานกดกระเด้งไม่สื่อสาร ถ้าไม่คุ้นเคย ก็ต้องคลำหากันหน่อย ว่าจะกดเปิดตรงไหน
อุปกรณ์ตัวนี้ จะติดอยู่กับตัวตู้นะครับ ตำแหน่งตรงกับมุมใดมุมหนึ่งของหน้าบาน
วิธีกดเปิด ต้องกดที่มุมดังกล่าว ไม่งั้นหน้าบานก็ไม่แง้มออกมานะครับ
2. บานกดกระเด้ง ใช้ร่วมกับ softclose ไม่ได้ เมื่อเปิดด้วยวิธีกด ก็ปิดด้วยวิธีเดียวกันครับ
3. ไม่เหมาะกับบานขนาดใหญ่ บีลีฟสเปคบานกดกระเด้งกับบานขนาดเล็กๆ เท่านั้นครับ
สำหรับหน้าบานขนาดใหญ่ สปริงของกดกระเด้งรับน้ำหนักไม่ไหว ก็ต้องติดอุปกรณ์หลายตัว
เปลืองไม่เป็นไรแต่เกะกะครับ สร้างข้อจำกัดในการดีไซน์และการใช้งานได้เหมือนกัน
4. ไม่มีมือจับ อันนี้เป็นข้อดีและข้อเสียนะครับ เมื่อไร้มือจับ เวลาจับก็ต้องจับที่ตัวบาน
สำหรับบานกลอส หรือบานกระจก โอกาสที่หน้าบานเปรอะเปื้อนเป็นรอยนิ้วมือ ก็มีสูงตามไปด้วยนะครับ
Q: เกี่ยวกับตู้สีขาว
A: มีข้อดีหลายอย่างทั้งความสวยโมเดิร์นสะอาดตา ราคามิตรภาพ
(เมลามีนขาวเป็นสเปคที่ประหยัดที่สุดครับ) ช่วยให้พื้นที่ขนาดเล็กดูโปร่งโล่ง
ไม่อึดอัด เข้ากับองค์ประกอบอื่นๆ ได้ง่ายไม่เคอะเขิน
ปัญหาคือ หลายท่านจะกังวลกับการดูแลรักษา
เรื่องคราบสกปรกบนผิวเมลามีนไม่ใช่ปัญหา ความเป็นสีขาวอาจทำให้เห็นรอยเปื้อน
ชัดเจนกว่าสีอื่นหรือลายไม้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะเช็ดไม่ออก ถ้าไม่ใช่รอยเปื้อน
ที่เกิดจากแรงขูดขีดหรือกัดเซาะขั้นรุนแรง จนผิวเมลามีนพังไปด้วย (ดูตารางแสดงคุณสมบัติ
ประกอบนะครับ ว่าเราทนกันได้แค่ไหน)
ข้อแนะนำจากบีลีฟคือ หากจะใช้ตู้สีขาว คุณควรเป็นคนรักสะอาดประมาณหนึ่ง ก็พอครับ
มาถึงข้อเสียของผิวเมลามีนสีขาว ซึ่งเป็นธรรมชาติของสารจำพวกพลาสติกคือ
เมื่อโดนแสงแดดไปนานๆ เข้า สีเค้าจะออกหลือง นั่นคือเหตุผลที่เราสเปคเมลามีนขาว
สำหรับโครงตู้ภายใน ซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงน้อย โอกาสเปรอะเปื้อนน้อย และดูสบายตา
ว่าไปไม่ว่าจะสีไหนก็เหลืองทั้งนั้นแต่ยากจะสังเกตเห็น สีขาวจะเป็นสีที่เหลืองแล้วเห็นชัดที่สุด
ถามว่าน่าเกลียดมั้ย? อันนี้ขึ้นกับแต่ละคนว่ารับกันได้หรือไม่
ปล. แน่นอนว่า ปัญหานี้เกิดยากมากกับงานสีไฮกลอสครับ

